เชื่อหรือไม่ว่า 'จอมมาร' ผู้เคยหมายจะยึดครองโลก กลับต้องมาสวมผ้ากันเปื้อนขายเบอร์เกอร์ในโตเกียว นั่นคือพล็อตสุดป่วนของ ผู้กล้าซึนซ่าส์กับจอมมารสู้ชีวิต ซีรีส์อนิเมะที่ผสมผสานแฟนตาซีกับชีวิตจริงได้อย่างกลมกล่อม และกลายเป็นหนึ่งในอนิเมะคอมเมดี้ที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดในปี 2013
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อจอมมารซาดาโอะ มาโอ กำลังจะเอาชนะผู้กล้าเอมีเลียได้สำเร็จ แต่ถูกสะกดให้หนีไปยังอีกโลกหนึ่ง นั่นคือโลกมนุษย์ในโตเกียวสมัยใหม่ ที่นี่พลังเวทมนตร์แทบใช้ไม่ได้ และเขาต้องหาเงินเลี้ยงชีพ ในที่สุดมาโอก็ตัดสินใจทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อ 'แมคโรนัลด์' (ล้อเลียนแมคโดนัลด์) ส่วนผู้กล้าเอมีเลียก็ตามมาเพื่อจับตาดูเขา แต่กลับต้องทำงานเป็นพนักงานขายทางโทรศัพท์แทน ซีรีส์ดำเนินเรื่องผ่านชีวิตประจำวันของจอมมารและผู้กล้าในสังคมมนุษย์ พร้อมกับเหตุการณ์วุ่นๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อปีศาจตัวอื่นๆ ตามมา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็พัฒนาขึ้นอย่างน่าติดตาม
งานการแสดงและตัวละคร
นักพากย์เสียงทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ เรียวตะ โอซากะ ที่พากย์เสียงจอมมารซาดาโอะ มาโอ ได้ทั้งความทะเยอทะยานและความน่าเอ็นดูในคราวเดียวกัน ขณะที่ โยโกะ ฮิคาสะ ในบทผู้กล้าเอมีเลียก็ถ่ายทอดความหงุดหงิดและความจริงจังได้อย่างสมจริง ตัวละครอย่างชิโระ อาชิยะ (พากย์โดย ยูกิ โอโนะ) และฮันโซ อูรุชิฮาระ (พากย์โดย ฮิโระ ชิโมโนะ) ก็เพิ่มสีสันด้วยมุกตลกและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน จุดเด่นคือการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมาโอกับเอมีเลียที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากศัตรูเป็นอะไรที่มากกว่านั้น โดยไม่ทิ้งอารมณ์ขัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
อนิเมะเรื่องนี้ผลิตโดยสตูดิโอ White Fox ซึ่งมีผลงานโดดเด่นอย่าง Re:Zero - รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก การออกแบบตัวละครโดยคาซูยะ ฮิราตะ (จาก Toradora!) ทำให้ตัวละครมีเอกลักษณ์และน่ารัก ฉากแอ็กชันทำได้ดีในแบบอนิเมะทั่วไป แต่จุดเด่นอยู่ที่การนำเสนอชีวิตประจำวันในโตเกียวที่ดูสมจริง ประกอบกับดนตรีประกอบที่ช่วยเสริมอารมณ์ทั้งตลกและดราม่า เพลงเปิด 'ZERO!!' โดย Minami Kuribayashi และเพลงปิด 'Yume☆Sekai' โดย Haruka Tomatsu ก็ติดหูและเข้ากับบรรยากาศของเรื่อง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ผู้กล้าซึนซ่าส์กับจอมมารสู้ชีวิต ไม่ใช่แค่อนิเมะตลกทั่วไป แต่ยังแฝงมุมมองเชิงสังคมเกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ จอมมารที่เคยมีอำนาจกลับต้องทำงานค่าแรงต่ำ ขณะที่ผู้กล้าที่เคยเก่งกาจก็ต้องทำงานน่าเบื่อหน่าย สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ต้องปรับตัวเมื่อเผชิญกับโลกแห่งความจริง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องมิตรภาพ การให้อภัย และการยอมรับความแตกต่าง ซีรีส์ดำเนินเรื่องได้สนุก ไม่ยืดเยื้อ และปิดจบในซีซันแรกอย่างพอดี แม้ซีซัน 2 จะมาในอีกหลายปีต่อมา แต่ก็ยังรักษาความสนุกไว้ได้
สรุป
ถ้าคุณกำลังมองหาอนิเมะที่ทั้งฮาและน่ารัก มีพล็อตไม่เหมือนใคร 'ผู้กล้าซึนซ่าส์กับจอมมารสู้ชีวิต' คือคำตอบ ดูได้ทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ชอบคอเมดี้ชีวิตประจำวันผสมแฟนตาซี แนะนำให้ดูเลย ไม่ผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +พล็อตแปลกใหม่ ผสมแฟนตาซีกับชีวิตจริงได้ลงตัว
- +ตัวละครมีเสน่ห์และพัฒนาความสัมพันธ์ได้ดี
- +มุกตลกไม่หยุด ดูเพลินทั้งซีซัน
👎 จุดด้อย
- −ซีซัน 2 มาช้าเกินไป (ห่างกัน 8 ปี) ทำให้เนื้อหาต่อเนื่องไม่ค่อย smooth
- −ฉากแอ็กชันมีน้อย เน้นชีวิตประจำวันเป็นหลัก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มี 2 ซีซัน รวม 37 ตอน (ซีซัน 1: 24 ตอน, ซีซัน 2: 12 ตอน + OVA 1 ตอน) และมีประกาศทำซีซัน 3 แล้ว
ในไทยสามารถรับชมได้ทาง Netflix, Crunchyroll, และ Bilibili (บางแพลตฟอร์มอาจมีเฉพาะซีซันแรก)
ซีซัน 2 จบแบบโอเพนเอนด์ ยังมีเนื้อหาต่อจากต้นฉบับนิยาย ซึ่งยังไม่จบ ซีซัน 3 กำลังจะออกฉาย